
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอ็กซ์ จำกัด คาด SET ได้รับ Sentiment ลบ หลังดัชนี PPI สหรัฐออกมาสูงกว่าคาด สร้างความกังวลต่อความไม่แน่นอนสำหรับการพิจารณาลดดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมสัปดาห์หน้าวันที่ 17-18 ธ.ค. เป็นปัจจัยกดดันดัชนี อย่างไรก็ตามให้ติดตามแนวรับบริเวณ 1430-1435 จุด เป็นจุดลุ้นฟื้นตัว ด้านแนวต้านอยู่ที่ 1450 และ 1460 จุด ตามลำดับ
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวผันผวน โดยมีแนวรับที่บริเวณ 1440-1450 จุด ทั้งนี้ Upside ของตลาดคาดจะอยู่ที่มาตรการแก้หนี้ครัวเรือนและช่วยเหลือเกษตรกรของไทย รวมทั้งเงินเฟ้อของสหรัฐ โดยปัจจัยในประเทศยังค่อนข้างจำกัด แต่ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐและจีน รวมทั้งท่าทีของ ECB น่าจะมีผลต่อแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยในระยะถัดไป โดยตลาดคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐจะมีแนวโน้มทรงตัว ส่วนการประชุมนโยบายการเงินของ ECB คาดจะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม ขณะที่ยังต้องติดตามนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอ็กซ์ จำกัด มอง เงินเฟ้อสหรัฐฯ ประจำเดือนพ.ย. ออกมาตามคาด ทำให้ตลาดคาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้าวันที่ 17-18 ธ.ค. มองจะเป็นปัจจัยหนุน SET หลังพักตัวมาระยะหนึ่งแล้ว โดยมีจุดติดตามอยู่ที่แนวต้าน 1455-1460 จุด หากขึ้นทะลุผ่าน จะเป็นสัญญาณบวก ด้านแนวรับอยู่ที่ 1440 และ 1430 จุด ตามลำดับ คาดว่ายังเป็นจุดรองรับได้
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวผันผวน โดยมีแนวรับที่บริเวณ 1440-1450 จุด ทั้งนี้ Upside ของตลาดคาดจะอยู่ที่มาตรการแก้หนี้ครัวเรือนและช่วยเหลือเกษตรกรของไทย รวมทั้งเงินเฟ้อของสหรัฐ โดยปัจจัยในประเทศยังค่อนข้างจำกัด แต่ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐและจีน รวมทั้งท่าทีของ ECB น่าจะมีผลต่อแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยในระยะถัดไป โดยตลาดคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐจะมีแนวโน้มทรงตัว ส่วนการประชุมนโยบายการเงินของ ECB คาดจะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม ขณะที่ยังต้องติดตามนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอ็กซ์ จำกัด คาด SET ยังแกว่งในกรอบระหว่าง 1440-1460 จุด โดยนักลงทุนในตลาดรอดูตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐในคืนนี้ที่จะมีผลต่อการพิจารณาลดดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมสัปดาห์หน้าวันที่ 17-18 ธ.ค. ส่วนในประเทศติดตามประชุม ครม. คาดมีการออกมาตรการแก้หนี้ ด้านภาพรวมแนวโน้มราคายังมองมีสัญญาณที่ดี โดยจุดติดตามอยู่ที่ 1460 จุด หากขึ้นทะลุผ่านได้ จะเป็นสัญญาณบวกต่อ
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวผันผวน โดยมีแนวรับที่บริเวณ 1440-1450 จุด ทั้งนี้ Upside ของตลาดคาดจะอยู่ที่มาตรการแก้หนี้ครัวเรือนและช่วยเหลือเกษตรกรของไทย รวมทั้งเงินเฟ้อของสหรัฐ โดยปัจจัยในประเทศยังค่อนข้างจำกัด แต่ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐและจีน รวมทั้งท่าทีของ ECB น่าจะมีผลต่อแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยในระยะถัดไป โดยตลาดคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐจะมีแนวโน้มทรงตัว ส่วนการประชุมนโยบายการเงินของ ECB คาดจะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม ขณะที่ยังต้องติดตามนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอ็กซ์ จำกัด มอง SET ในช่วงสั้นมองแกว่งในกรอบระหว่าง 1440-1460 จุด ส่วนภาพรวมยังมีสัญญาณต่อภาพการไต่ระดับ โดยจุดติดตามอยู่ที่กรอบบน 1460 จุด หากขึ้นทะลุผ่านได้ จะเป็นสัญญาณบวกต่อ และมีแนวต้านถัดไปที่ 1470 จุด ปัจจัยหนุนจากเม็ดเงินกองทุนประหยัดภาษี และดอลลาร์อ่อน บาทแข็ง เป็นบวกต่อ fund flow ประเด็นสำคัญ วันนี้ ติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ
ช่วงสั้นมอง SET จะยังเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways ในกรอบ โดยมีแนวรับเชิงจิตวิทยาที่บริเวณ 1400 จุด และตลาดจะมีการรีบาวน์เป็นระยะๆ เป็นผลสืบเนื่องจากปัจจัยต่างประเทศยังค่อนข้างจำกัด โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มทรงตัว ขณะที่ภาคการค้าระหว่างประเทศของจีนยังมีแนวโน้มได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ส่วนปัจจัยในประเทศยังไม่มีประเด็นใหม่ๆ เข้ามาช่วยกระตุ้นบรรยากาศการลงทุน และยังติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของภาครัฐ ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอ็กซ์ จำกัด คาด SET มีการชะลอตัวในลักษณะแกว่งในกรอบระหว่าง 1440-1460 จุด โดยนอกจากลดความร้อนแรงของสัญญาณเทคนิคในระยะสั้นแล้ว คาดนักลงทุนในตลาดรอติดตามถ้อยแถลงประธานเฟดในวันนี้ เพื่อประเมินทิศทางการลดดอกเบี้ยของเฟด รวมถึงสถานการณ์ด้านการเมืองในเกาหลีใต้ ทั้งนี้ ภาพรวมมองว่า SET ยังปรับขึ้นได้ต่อ โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากเม็ดเงินกองทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะยังเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways ในกรอบ โดยมีแนวรับเชิงจิตวิทยาที่บริเวณ 1400 จุด และตลาดจะมีการรีบาวน์เป็นระยะๆ เป็นผลสืบเนื่องจากปัจจัยต่างประเทศยังค่อนข้างจำกัด โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มทรงตัว ขณะที่ภาคการค้าระหว่างประเทศของจีนยังมีแนวโน้มได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ส่วนปัจจัยในประเทศยังไม่มีประเด็นใหม่ๆ เข้ามาช่วยกระตุ้นบรรยากาศการลงทุน และยังติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของภาครัฐ ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอ็กซ์ จำกัด คาด SET มีสัญญาณฟื้นตัวทางเทคนิค และคาดมีแรงชื้อจากเม็ดเงินของกองทุนประหยัดภาษี ซึ่งจะมีเข้ามามากในช่วงปลายปีเป็นปัจจัยหนุนให้ดัชนีฟื้นตัวได้ต่อ โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 1445-1450 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1422-1430 จุด คาดยังรองรับได้ ประเด็นสำคัญ ติดตามถ้อยแถลงประธานเฟดวันพรุ่งนี้ เพื่อหาสัญญาณในการประชุมวันที่ 17-18 ธ.ค. จะมีการลดดอกเบี้ยต่อหรือไม่
ช่วงสั้นมอง SET จะยังเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways ในกรอบ โดยมีแนวรับเชิงจิตวิทยาที่บริเวณ 1400 จุด และตลาดจะมีการรีบาวน์เป็นระยะๆ เป็นผลสืบเนื่องจากปัจจัยต่างประเทศยังค่อนข้างจำกัด โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มทรงตัว ขณะที่ภาคการค้าระหว่างประเทศของจีนยังมีแนวโน้มได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ส่วนปัจจัยในประเทศยังไม่มีประเด็นใหม่ๆ เข้ามาช่วยกระตุ้นบรรยากาศการลงทุน และยังติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของภาครัฐ ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอ็กซ์ จำกัด คาด SET เริ่มสร้างฐานได้บริเวณแนวรับ 1422 จุด ซึ่งยังใช้เป็นจุดติดตามในกรอบล่างสำหรับภาพการฟื้นตัว ส่วนกรอบบนอยู่ที่ 1435 จุด หากขึ้นทะลุผ่านได้ จะเห็นภาพการฟื้นตัวชัดขึ้น โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 1440 จุด ทั้งนี้ในภาพรวมแนวโน้มราคาคาคว่าดัชนียังมีโอกาสฟื้นตัวกลับ โดยคาดได้ปัจจัยหนุนจากเม็ดเงินของกองทุนประหยัดภาษี ซึ่งจะมีเข้ามามากในช่วงปลายปี
ช่วงสั้นมอง SET จะยังเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways ในกรอบ โดยมีแนวรับเชิงจิตวิทยาที่บริเวณ 1400 จุด และตลาดจะมีการรีบาวน์เป็นระยะๆ เป็นผลสืบเนื่องจากปัจจัยต่างประเทศยังค่อนข้างจำกัด โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มทรงตัว ขณะที่ภาคการค้าระหว่างประเทศของจีนยังมีแนวโน้มได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ส่วนปัจจัยในประเทศยังไม่มีประเด็นใหม่ๆ เข้ามาช่วยกระตุ้นบรรยากาศการลงทุน และยังติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของภาครัฐ ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”